ภาวะวิกฤต มีองค์ประกอบอยู่สองส่วน คือ ส่วนที่เป็น อันตราย ส่วนที่เป็น โอกาส แฝงอยู่ด้วยมนุษย์ทุกคนล้วนเผชิญวิกฤตในห้วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่จะแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสหรือนำไปสู่ห้วงอันตราย ขึ้นอยู่กับสติปัญญาความรู้ความสามารถ จิตใจมุ่งมันประเทศใดที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาปลูกสร้างปัญญาให้กับประชากรของตัวเองในทุกวิถีทาง ประเทศนั้นๆจะมีบุคลากรซึ่งมีพลังความสามารถมากกว่าประเทศที่ละเลยกับการพัฒนาคุณภาพประชากร ไม่น่าแปลกที่ประเทศพัฒนาแล้วคุณภาพของประชากรอยู่ในระนาบไก้ลเคียงกันเกือบทั้งประเทศ
เมื่อผนึกรวมคนทั้งประเทศเพื่อสร้างชาติ พลัง ความสามารถจึงมีสูงและแปรวิกฤตต่างๆให้เป็นโอกาศได้อย่างเข้มแข็ง นาโนเทคโนโลยี เป็นอีกกรณีตัวอย่างที่ประเทศพัฒนาแล้วมองเห็นว่านี่คือความรู้ที่พลิกวิกฤต พลัง งานและภาวะ "โลกร้อน" มาเป็น โอกาส ทอง โอกาสที่ว่านั้นไม่ใช่เพียงเฉพาะลดความสูญเสีย ลดค่าใช้จ่ายในธุรกิจอุตสาหกรรม หรือ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชากรภายในประเทศ หากยังเป็นโอกาส ในการขายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เกิดจากภูมิปัญญาอันมีคุณภาพไปยังต่างประเทศเพื่อกำไรงามๆอีกด้วย
สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศแรกๆที่ผลักดัน นาโนเทคโนโลยี อย่างจริงจังตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว
โดย ศาสตราจารย์ ริชาร์ด สมอลเลย์ นักเคมีผู้เชี่ยวชาญด้าน นาโนเทคโนโลยี แห่งมหาวิทยาลัยไรซ์
เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับรางวัลโนเบล ปี 2540
ที่เยอรมัน นำนาโนเทคโนโลยี มาใช้กับผลิตภัณฑ์แผงแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ในการเคลือบผิวของโซลาร์เซลล์เพื่อดักจับแสงอาทิตย์ให้มากขึ้น
ไต้หวัน จัดตั้งสถาบันวิจัย เทคโนโลยี อุตสาหกรรม โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนอย่างมหาศาล
อิตาลี ใช้ความรู้ด้านนาโนศาสตร์ มาคิดทำน้ำมันเครื่องชนิดใหม่ เมื่อเติมใส่เครื่องยนต์แล้วจะเคลือบกระบอกสูบ ลูกสูบ ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบ ลดความสูญเสียพลัง
ถ้ามนุษย์ระดมสมองช่วยกันคิดค้นวัสดุต่างๆด้วยนาโนเทคโนโลยีจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยแก้ "โลก" ร้อน
.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น